www.praewa.ksu.ac.th 
สำหรับสมาชิก   |   สำหรับเจ้าหน้าที่
 

» Editor in Chief
» Submissions
เข้าสู่ระบบสมาชิก(Login)
ลงทะเบียน(Register)
» Guidelines
กระบวนการและขั้นตอนการส่งบทความเพื่อตีพิมพ์
รูปแบบการเขียนบทความ
รูปแบบตาราง
รูปแบบเอกสารอ้างอิง
ขั้นตอน และ หลักเกณฑ์การเสนอบทความ
อัตราค่าตีพิมพ์/ วิธีชำระเงิน
» Informaion for Journal
About of Kalasin University
About of Journal
» Issues Peer Review
รายชื่อ ผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบทางวิชาการประจำวารสาร
ผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบทางวิชาการประจำปีที่ 4 ฉบับที่ 1
ผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบทางวิชาการประจำปีที่ 3 ฉบับที่ 3
ผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบทางวิชาการประจำปีที่ 3 ฉบับที่ 2
ผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบทางวิชาการประจำปีที่ 3 ฉบับที่ 1
» Sernior Technical Edittor
› ขั้นตอน และ หลักเกณฑ์การเสนอบทความ
ขั้นตอนการส่งบทความ
 
      **  กรุณาส่งบทความผ่านระบบ  Submisson Online ก่อนการชำระเงิน    

          กองบรรณาธิการจะพิจารณาบทความของท่านก่อนเบื้องต้นถึงความสอดคล้องกับแนวทางการตีพิมพ์ของวารสาร และมีผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาบทความประจำวารสารในสาขานั้น ๆ หรือไม่ ถ้าบทความมีเนื้อหาที่สอดคล้องกับวารสาร และมีผู้ทรงคุณวุฒิประจำวารสารในสาขานั้นๆ ทางกองบรรณาธิการจะแจ้งตอบรับบทความกลับไปยังท่านให้ท่านดำเนินการโอนเงินค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์พร้อมค่าสมัครสมาชิกสมาชิก และแนบหลักฐานการโอนเงินส่งเข้าระบบอีกครั้ง Submission Online อีกครั้ง งานวารสารจะดำเนินการตามกระบวนการลงตีพิมพ์ต่อไป

รูปแบบงานวารสารวิชาการแพรวากาฬสินธุ์
1. การพิมพ์ต้นฉบับจะต้องพิมพ์ตามรูปแบบและขนาดตัวอักษรตาม หลักเกณฑ์การเสนอบทความ
      2. บทความอาจเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ เนื้อเรื่องมีความยาวไม่เกิน 12 หน้า
      3. ผู้เขียนบทความทุกคนต้องให้ข้อมูลเกี่ยวกับ ชื่อ - นามสกุล ของผู้เขียน หน่วยงานที่สังกัด เบอร์โทรศัพท์ และอีเมลล์ ให้ชัดเจน
      4. บทคัดย่อภาษาไทยไม่ควรเกิน 250 คำ
      5. ส่วนประกอบเนื้อเรื่อง ขนาด เอ 4  ระยะห่างจากขอบกระดาษด้านบนและซ้ายมืออย่างน้อย 40 มม. (1.5 นิ้ว หรือ 3.81 ซม.) ด้านล่างและขวามืออย่างน้อย 25 มม. (1 นิ้ว หรือ 2.54 ซม.) พิมพ์ด้วยโปรแกรม Microsoft word
      6. ต้นฉบับสามารถส่งได้ทางระบบ Online (Submission) แนบไฟล์เอกสาร Microsoft Word ผ่านหน้าเว็บไซต์ โดยกองบรรณาธิการจะนำเสนอผู้ทรงคุณวุฒิในการพิจารณาบทความ ตามสาขาวิชา เพื่อประเมินคุณภาพและความเหมาะสมก่อนการตอบรับ 
      7. เมื่อบทความได้รับการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิแล้ว ในกรณีที่ผลการประเมินระบุให้ต้องปรับปรุงหรือแก้ไข ผู้เขียนจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จตามกำหนด 


หลักเกณฑ์การนำเสนอบทความเพื่อตีพิมพ์
ในวารสารวิชาการแพรวากาฬสินธุ์
มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์

 
หลักเกณฑ์และคำแนะนำสำหรับผู้นิพนธ์ 
         วารสารวิชาการแพรวากาฬสินธุ์ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ มีนโยบายในการส่งเสริม เผยแพร่ผลงานวิชาการและงานวิจัยที่มีคุณค่าต่อการพัฒนาองค์ความรู้ทางวิชาการ และเป็นสื่อกลางแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิงวิชาการ   โดยครอบคลุมวิทยาการด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ โดยรูปแบบผลงานที่วารสารจะรับพิจารณา มี 6 ประเภท คือ บทความวิจัย บทความทางวิชาการ บทความทั่วไป บทความปริทัศน์
บทวิจารณ์หนังสือ และบทความพิเศษ
 
          บทความและบทความวิจัยที่จะนำมาตีพิมพ์ในวารสารวิชาการมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์นี้จะต้องได้รับการตรวจสอบทางวิชาการ (Peer review) ก่อน เพื่อให้วารสารมีคุณภาพในระดับมาตรฐานสากล และนำไปอ้างอิงได้  ผลงานที่ส่งมาตีพิมพ์ จะต้องมีสาระ  งานทบทวนความรู้เดิมและเสนอความรู้ใหม่ที่ทันสมัยรวมทั้งข้อคิดเห็นที่เกิดประโยชน์ต่อผู้อ่าน ผลงานไม่เคยถูกนำไปตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารอื่นใดมาก่อน และไม่ได้อยู่ในระหว่างการพิจารณาลงวารสารใดๆ การเตรียมต้นฉบับที่จะมาลงตีพิมพ์ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้   
 
การเตรียมต้นฉบับ 
สำหรับบทความวิจัย บทความวิชาการ บทวิจารณ์หนังสือ (Book review) และบทความปริทัศน์ (Article review)

 
           1. ภาษา  เป็นภาษาไทยหรืออังกฤษก็ได้  ถ้าเป็นภาษาไทย ให้ยึดหลักการใช้คำศัพท์หรือการเขียนทับศัพท์ให้ยึดหลักของราชบัณฑิตยสถาน พยายามหลีกเลี่ยงการใช้ภาษาอังกฤษในข้อความ ยกเว้นกรณีจำเป็น ศัพท์ภาษาอังกฤษที่ปนไทย ให้ใช้ตัวเล็กทั้งหมด ยกเว้นชื่อเฉพาะซึ่งต้องขึ้นต้นด้วยตัวอักษรใหญ่  ถ้าเป็นภาษาอังกฤษ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญในภาษาอังกฤษตรวจสอบความถูกต้องก่อนที่จะส่งต้นฉบับ
          2. ขนาดของต้นฉบับ  พิมพ์หน้าเดี่ยวบนกระดาษสั้น ขนาด เอ 4 (216 x 279 มม.) ควรเว้นระยะห่างจากขอบกระดาษด้านบนและซ้ายมืออย่างน้อย 40 มม. (1.5 นิ้ว) ด้านล่างและขวามืออย่างน้อย 25 มม.
(1 นิ้ว) พิมพ์ด้วยโปรแกรมไมโครซอฟท์เวิร์ด
          3. จำนวนหน้า  บทความและบทความวิจัย ไม่ควรเกิน 12  หน้า ขนาด เอ 4

การเรียงลำดับเนื้อหา
1. บทความวิจัย
           1.1   ชื่อเรื่อง (Title) ควรสั้น กะทัดรัด และสื่อเป้าหมายหลักของการศึกษาวิจัย ไม่ใช้คำย่อ ความยาวไม่ควร เกิน 100 ตัวอักษร ด้วยรูปแบบอักษร TH SarabunPSK  ขนาด 18 pt. ชื่อเรื่องต้องมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยให้นำชื่อเรื่องภาษาไทยขึ้นก่อน
          1.2    ชื่อผู้นิพนธ์และที่อยู่  ให้มีทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ และระบุตำแหน่งทางวิชาการ หน่วยงานหรือสถาบัน ที่อยู่ และ E-mail ของผู้นิพนธ์  เพื่อใช้ติดต่อเกี่ยวกับต้นฉบับและบทความที่ตีพิมพ์แล้ว ด้วยรูปแบบอักษร TH SarabunPSK  ขนาด 16 pt.
          1.3    บทคัดย่อ (Abstract) ให้มีทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ เป็นเนื้อความย่อที่อ่านแล้วเข้าใจง่าย โดยเรียงลำดับความสำคัญของเนื้อหา เช่น วัตถุประสงค์ วิธีการศึกษา ผลงานและการวิจารณ์ อย่างต่อเนื่องกัน ไม่ควรเกิน 250 คำ หรือ 15 บรรทัด ไม่ควรมีคำย่อ ให้บทคัดย่อภาษาไทยขึ้นก่อนภาษาอังกฤษ ด้วยรูปแบบอักษร TH SarabunPSK  ขนาด 14 pt.
          1.4    คำสำคัญหรือคำหลัก (Keywords) ให้ระบุทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ใส่ไว้ท้ายบทคัดย่อของแต่ละภาษา ด้วยรูปแบบอักษร TH SarabunPSKขนาด 14 pt.
          1.5    บทนำ (Introduction) เป็นส่วนของเนื้อหาที่บอกความเป็นมาและเหตุผลนำไปสู่การศึกษาวิจัย ให้ข้อมูลทางวิชาการพร้อมทั้งจุดมุ่งหมายที่เกี่ยวข้องอย่างคร่าว ๆ และมีวัตถุประสงค์ของการศึกษาและการวิจัยนั้นด้วย ด้วยรูปแบบอักษร TH SarabunPSK  ขนาด 14 pt.
          1.6    วัสดุ อุปกรณ์และวิธีการศึกษา  ให้ระบุรายละเอียดวัสดุ อุปกรณ์ สิ่งที่นำมาศึกษา จำนวนลักษณะเฉพาะของตัวอย่างที่ศึกษา ตลอดจนเครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการศึกษา อธิบายวิธีการศึกษา หรือแผนการทดลองทางสถิติ การสุ่มตัวอย่าง วิธีการเก็บข้อมูลและวิธีการวิเคราะห์ข้อมูล ด้วยรูปแบบอักษร TH SarabunPSK  ขนาด 14 pt.
          1.7    ผลการศึกษา (Results) แจ้งผลที่พบตามลำดับหัวข้อของการศึกษาวิจัยอย่างชัดเจนได้ใจความ ถ้าผลไม่ซับซ้อนไม่มีตัวเลขมาก ควรใช้คำบรรยาย แต่ถ้ามีตัวเลขมาก ตัวแปรมาก ควรใช้ตาราง แผนภูมิแทน ไม่ควรมีเกิน 5 ตารางหรือแผนภูมิ ควรแปรความหมายและวิเคราะห์ผลที่ค้นพบ และสรุปเปรียบเทียบกับสมมติฐานที่ตั้งไว้ ด้วยรูปแบบอักษร TH SarabunPSK  ขนาด 14 pt.
          1.8    วิจารณ์และสรุปผล (Discussion and Conclusion) ชี้แจงว่าผลการศึกษาตรงกับวัตถุประสงค์ของการวิจัย หรือแตกต่างไปจากผลงานที่มีผู้รายงานไว้ก่อนหรือไม่ อย่างไร เหตุผลใดจึงเป็นเช่นนั้น และมีพื้นฐานอ้างอิงที่เชื่อถือได้ และให้จบด้วยข้อเสนอแนะที่จะนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ หรือทิ้งประเด็นคำถามการวิจัย ซึ่งเป็นแนวทางสำหรับการวิจัยต่อไป ด้วยรูปแบบอักษร TH SarabunPSK  ขนาด 14 pt.
          1.9   ตาราง รูป รูปภาพ และแผนภูมิ  ควรคัดเลือกเฉพาะที่จำเป็น แยกออกจากเนื้อเรื่องโดยเรียงลำดับให้สอดคล้องกับคำอธิบายในเนื้อเรื่อง และต้องมีคำอธิบายสั้นๆ แต่สื่อความหมาย ได้สาระครบถ้วน ในกรณีที่เป็นตาราง คำอธิบาย ต้องอยู่ด้านบน ในกรณีที่เป็นรูปภาพ หรือแผนภูมิ คำอธิบายอยู่ด้านล่าง ด้วยรูปแบบอักษร TH SarabunPSK  ขนาด 14 pt.
          1.10  กิตติกรรมประกาศ ระบุสั้นๆ ว่าได้รับการสนับสนุนทุนวิจัย และความช่วยเหลือจากองค์กรใดหรือใครบ้าง ด้วยรูปแบบอักษร TH SarabunPSK  ขนาด 14 pt.
          1.11  เอกสารอ้างอิง (References) สำหรับการพิมพ์เอกสารอ้างอิง ทั้งเอกสารอ้างอิงที่เป็นภาษาไทย และภาษาอังกฤษโดยมีหลักการทั่วไป คือ เอกสารอ้างอิงต้องเป็นที่ถูกตีพิมพ์และได้รับการยอมรับทางวิชาการ ไม่ควรเป็นบทคัดย่อ และไม่ใช่การติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคล ถ้ายังไม่ได้ถูกตีพิมพ์ ต้องระบุว่า รอการตีพิมพ์ (in press) ด้วยรูปแบบอักษร TH SarabunPSK  ขนาด 14 pt.
          กรณีสัมภาษณ์ ให้ระบุชื่อ สกุล ผู้ให้สัมภาษณ์ ตำแหน่ง (ถ้ามี) วันเดือนปีที่สัมภาษณ์ ทั้งนี้เอกสารอ้างอิง และการสัมภาษณ์ที่เป็นภาษาไทย ใ้ห้แปลเป็นภาษาอังกฤษด้วย
  
2. บทความทางวิชาการ
          2.1 ชื่อเรื่อง
          2.2 ผู้แต่ง
          2.3 บทคัดย่อ
          2.4 คำสำคัญ
          2.5 บทนำ
          2.6 เนื้อหา
          2.7 บทสรุป
          2.8 เอกสารอ้างอิง
 
3. บทความทั่วไป
          3.1 ชื่อเรื่อง
          3.2 ผู้แต่ง
          3.3 บทนำ
          3.4 เนื้อหา
          3.5 บทสรุป
          3.6 เอกสารอ้างอิง
 
4. บทวิจารณ์หนังสือ
          3.1 ข้อมูลทางบรรณานุกรม
          3.2 ชื่อผู้วิจารณ์
          3.3 บทวิจารณ์
 
5. บทความปริทัศน์ (Article Review)
          เป็นงานทางวิชาการที่ประเมินสถานะล่าสุดทางวิชาการเฉพาะทางที่มีการศึกษาค้นคว้า มีการวิเคราะห์องค์ความรู้ทั้งทางกว้างและทางลึกอย่างทันสมัย โดยให้ข้อวิพากษ์ที่ให้เห็นแนวโน้มที่ควรศึกษาและพัฒนาต่อไป ผู้นิพนธ์ควรตรวจสอบเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับบทความที่นำเสนออย่างละเอียด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื้อหาที่ใหม่ที่สุด บทความปริทัศน์ต้องนำเสนอพัฒนาการของเรื่องที่น่าสนใจ ข้อมูลที่นำเสนอจะต้องไม่จำเพาะเจาะจงเฉพาะผู้ที่อ่านที่อยู่ในสาขาของบทความเท่านั้น แต่ต้องนำเสนอข้อมูลที่ผู้อ่านในสาขาอื่น ๆ หรือนิสิตนักศึกษาในระดับสูงสามารถเข้าใจได้  บทความปริทัศน์เป็นการนำเสนอภาพรวมของเรื่องที่น่าสนใจโดยในหน้าแรกของบทความปริทัศน์จะประกอบด้วย
         5.1ชื่อเรื่อง
         5.2 ชื่อผู้นิพนธ์
         5.3 คำสำคัญ
         5.4 บทนำ
         5.5บทสรุป
            
เอกสารอ้างอิง
          ใช้รูปแบบการอ้างอิงตามคู่มือการพิมพ์ของสมาคมจิตวิทยาอเมริกา (APA Style) ฉบับล่าสุด
การเขียนเอกสารอ้างอิงให้ใช้ 2 ภาษาคู่กัน คือ ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ กรณีเป็นภาษาไทยให้แปลเป็นภาษาอังกฤษ
  
การเขียนเอกสารอ้างอิง
 
         ก. กรณีที่เป็นรายงานวิจัย มีรูปแบบและการเรียงลำดับดังนี้ :
              ชื่อผู้เขียน (ในกรณีภาษาไทย ใช้ชื่อและนามสกุล และในกรณีภาษาอังกฤษ ใช้นามสกุลและชื่อ).
ปีที่พิมพ์.  ชื่อเรื่อง. ชื่อย่อของวารสาร. เล่มที่พิมพ์ ฉบับที่พิมพ์: เลขหน้าแรกถึงหน้าสุดท้ายของเรื่อง. ในกรณีที่มีผู้เขียนมากกว่า 6 คน ให้ใส่รายชื่อผู้เขียน คนแรก แล้วตามด้วยคำว่า “และคณะ” หรือ “et al. ”
         ข. กรณีที่เป็นหนังสือ  มีรูปแบบและการเรียงลำดับ เหมือนเอกสารอ้างอิงที่เป็นรายงานวิจัย (ในข้อ ก.) ยกเว้น ใช้ ชื่อหนังสือ เมืองที่พิมพ์ :  สำนักพิมพ์ แทน ชื่อย่อวารสาร
         ค. กรณีที่เป็นรายงานการประชุมและสัมมนา  มีรูปแบบการเรียงลำดับ คือ ชื่อผู้แต่ง. ปีที่พิมพ์. ชื่อเอกสารรวมเรื่องที่ได้จากรายงานการประชุม. วัน เดือน ปีที่จัด : สถานที่จัด : สำนักพิมพ์ หรือผู้จัดพิมพ์. เลขหน้า.
         ง. กรณีเป็นวิทยานิพนธ์  มีรูปแบบการเรียงลำดับ คือ ชื่อผู้แต่ง.  ปีที่พิมพ์.  ชื่อวิทยานิพนธ์. สถาบันที่พิมพ์  :  ชื่อสถาบันการศึกษา
         จ. กรณีที่เป็นบทความในหนังสือพิมพ์  มีรูปแบบและการเรียงลำดับเหมือนเอกสารอ้างอิงที่เป็นรายงานวิจัย (ในข้อ 11.1.1. ก)
         ฉ. กรณีที่เป็นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์  มีรูปแบบและการเรียงลำดับ คือ ชื่อผู้แต่ง. ปีที่พิมพ์ ชื่อเรื่อง.  ชื่อวารสาร ( ปี เดือน วันที่อ้างอิงถึง)  เล่มที่  (ฉบับที่ ) : ได้มาจาก ชื่อ website